Posted on

เคยเกือบได้เป็น แบตแมน Christian Bale

เคยเกือบได้เป็น เป็นอีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพที่อยู่ในวงการฮอลลีวูดมานานตั้งแต่ยังเป็นเด็ก (เล่นบทนำในหนัง Empire of the Sun (1987) ของ Steven Spielberg มาตั้งแต่อายุ 13 ปี)

และด้วยความที่เป็นนักแสดงอังกฤษด้วยแล้ว เขาย่อมเคยตกเป็นหนึ่งในแคนดิเดทตัวเลือกมารับบทเป็น James Bond พยัคฆ์ร้าย 007 ครั้งหนึ่งด้วยก่อนที่เขาจะบอกผ่านปฏิเสธบทนั้นไป

ซึ่งสุดท้ายการบอกผ่านนั้นก็ทำให้บทไปลงเอยที่ Daniel Craig ที่มาเล่นบทเป็น Bond คนปัจจุบันตั้งแต่ภาค Casino Royale (2006) ยาวนานมาจนถึง No Time To Die ที่จะเข้าฉายปลายปีนี้ช่วงเดือนพฤศจิกายน หลังจากเลื่อนจากกำหนดเดิมเดือนเมษายนไป

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1999 ขณะที่ Bale โด่งดังจากการรับบทเป็นฆาตกรต่อเนื่อง “เจสัน เบตแมน” ใน American Psycho (2000) ก่อนหน้านั้นเขามีชื่อเสียงว่าเป็นพระเอกหนุ่มหล่อจาก Little Woman (1994) เวอร์ชันประกบกับนางเอกหน้าหวานแห่งยุค Winona Ryder ในหนังสือชื่อ Christian Bale: The Inside Story of the Darkest Batman ได้เปิดเผยไว้ว่า การแสดงเป็นเบตแมนนั้นได้ไปถูกตาต้องใจผู้อำนวยการสร้างหนึ่งเดียวที่ถือสิทธิการสร้างหนัง James Bond มายาวนานอย่าง Barbara Brocoli ในตอนนั้น Pierce Brosnan ยังรับบทเป็นพยัคฆ์ร้ายอยู่ ซึ่งถ่ายทำกันถึงตอนที่ 3 ของ Brosnan นั่นคือ The World is Not Enough (1999) แต่ Brocoli ก็ได้เริ่มขั้นตอนในการ Bond คนใหม่สำหรับรับไม้ต่อแล้วในเวลานั้น

Bale เป็นนักแสดงอันดับต้นๆที่เธอต้องการ แต่เธอก็ได้เล่าว่า ความต้องการของเธอครั้งนี้ยังต้องเจรจราถามไถ่กับ Bale ก่อน ต่อมาภายหลังเขาก็ได้บอกปฏิเสธเธอด้วยเหตุผลว่า ไม่อยากยึดติดกับแฟรนไชส์ที่ “โคตรอังกฤษ” เรื่องนี้ และบทนี้ยังเป็นอะไรที่ “อังกฤษมากไป” จนเขาคิดว่าไม่เหมาะกับตัวเอง (แถมเขายังถามเธอกลับอีกว่า นี่เขาเพิ่งเล่นบทฆาตกรต่อเนื่องมานะ ทำไมถึงอยากให้ผมเป็น James Bond?)

ท้ายที่สุดแล้วหลังภาค Die Another Day (2002) Brosnan ก็ถูกปลดระวางจากการเป็นพยัคฆ์ร้าย ซึ่งในเวลานั้นเองเขาก็ยังไม่เต็มใจจะโบกมือลา เพราะคิดว่ายังสามารถเล่นได้อีกสักตอนสองตอน แต่ Daniel Craig ที่บทของเขาในภาพยนตร์เรื่อง Layer Cake (2004) ไปเข้าตา Brocoli จนได้รับเลือกให้มาเล่นบทสำคัญ ก็เปิดฉากภาคต่อกึ่งรีบูตกลับไปเริ่มต้นภารกิจแรกของ Bond คนใหม่ใน Casino Royale (ไม่นานมานี้ Craig ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า บทที่เขาอยากเล่นมาตั้งแต่เด็กไม่ใช่ 007 แต่เป็น Superman ต่างหาก!)

ส่วน Bale นั้นก็กระโจนเข้าสู่หนังสายขายการแสดงทั้ง Equilibrium (2002) ต้องลดน้ำหนักจนกระทั่งผอมเหลือแต่กระดูกใน The Machinist (2004) และได้มาร่วมงานกับผู้กำกับ Christopher Nolan ในไตรภาค Batman The Dark Knight (2005-2012) และ The Prestige (2006) ซึ่งถ้าหากเขาไปเล่นบท Bond ในขณะนั้น ก็จะก่อให้พลาดบท Batman ที่เหมาะสมที่สุดที่เคยมีมานี้ของโลกนี้ไป อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้เขาก็ได้กลายเป็นนักแสดงแถวหน้าที่ได้รับบทท้าทาย และได้ไปเยือนทั้งเข้าชิงและก็คว้าออสการ์ยาวนานหลายปีติดกัน นั่นก็อาจจะเป็นสิ่งที่ Bale เลือกได้อย่างพอใจตัวเองแล้ว

แหล่งที่มา sanook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *