Posted on

สมัยเข้าโรงฉายที่อเมริกา Valentine มันเป็นหนังที่โดนนักวิจารณ์

สมัยเข้าโรงฉายที่อเมริกา จนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เองนะครับ เพราะว่าจำได้ว่าสมัยที่ดูตื่นเต้นมาก เพียงแค่ฉากเปิดเรื่องฉากที่แชลลีย์ (แคเธอรีน ไฮเกล) โดนฆาตกรหน้ากากคิวปิดไล่ฆ่าในห้องดับจิตก็น่าสยดสยองแทบปิดตาดู ทั้งๆที่จริงเค้าโครงเรื่องมันไม่มีอะไรเลย สรุปสั้นๆเป็นกลุ่มเพื่อนสาวหน้าตาสวย ดาวไฮสคูลที่เติบโตมามีชีวิตรวมทั้งหน้าที่การงานเริ่ดๆกำลังถูกตามล่าจากคนร้ายลึกลับ แล้วก็พวกนางก็โดนฆ่าตายไปครั้งละคน

แน่นอนล่ะว่าถ้าหากหยิบหนังประเด็นนี้มาดูในปัจจุบัน อาจจะกล่าวได้ว่ามันยอดเยี่ยมในหนังพล็อตกลวงๆอย่างไม่บางทีอาจปฏิเสธ แต่ว่าเมื่อพวกเรามองในสมัย 19 ปีที่ผ่านมา ฉากไล่เชือดในหนังเรื่องนี้จัดว่าความคิดสร้างสรรค์มากมาย อาทิ ลิลลี่ (เจสสิก้า ค็อฟฟิล) ได้รับกล่องช็อคโกแลตที่เต็มไปด้วยหนอนยั้วเยี้ย ก่อนที่คุณโดนไล่ล่าในแกลลอรี่จัดแสดงงานศิลปะผ่านโปรเจ็คเตอร์ ด้วยลูกธนูคมกริบ ฉากสาวเพจ (เดนิส ริชาร์ด) ลงไปแช่จากุสซี่ก่อนจะถูกคนร้ายจับคุณขังเอาไว้ในอ่างแล้วเอาสว่านกระแสไฟฟ้ามาไล่เจาะรู แทงคุณเล่นให้สะใจ ยังไม่รวมถึงฉากสุดเสียวซ่านที่เพจจับชายหนุ่มจอมหื่นมัดไว้กับเตียงและก็ราดน้ำตาเทียนใส่ของลับ ก็ล้วนแต่เป็นภาพจำของหนังเรื่องนี้ได้ดีทีเดียว

แม้ปมขับเคลื่อนความแค้นในจิตใจของคนร้ายแทบมองไม่มีน้ำหนักเลย เมื่อหนังคลี่คลายลง และเอาเข้าจริงตัวคนร้ายก็เกือบจะไม่ได้ยากต่อการคาดเดานัก เมื่อหนังเฉลยโฉมหน้าคนร้ายออกมา ยิ่งทำให้สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในเรื่องดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักหน่อยเดียว แต่ว่าคนไหนจะสนใจกัน หนังไล่เชือดในยุคสมัยนั้นเพียงแค่ ส่งความระทึกใจและก็ฉากผู้หญิงในเรื่องหนีตายกันให้คนดูเอาใจช่วย ก็เพียงพอแล้วสำหรับหนังในแนวทางนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงวันนี้ยังมีคนหยิบ Valentine มาดูฆ่าเวลาเล่นแก้เบื่อกันอยู่เลย

แหล่งที่มา sanook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *