สุดความซับซ้อน

สุดความซับซ้อน 5 หนังดูจบรอบแรกแล้วต้องรีบหาเฉลยมาอ่าน

สุดความซับซ้อน เราเชื่อว่าหลายคนเคยมีประสบการณ์ดูหนังจบแล้วนั่งมึนไปพักใหญ่ จนต้องตั้งสติดี ๆ แล้วถึงจะลุกไปทำอย่างอื่นได้ แต่ถึงกระนั้นความสงสัยก็ยังคงติดค้างอยู่ในหัวไม่เสื่อมคลาย ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องกลับมาดูอีกรอบหนึ่งเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น มองในมุมหนึ่งก็เหมือนว่าผู้กำกับต้องการจะสื่ออะไรให้เรารู้กันแน่ ในขณะที่เมื่อเราเข้าใจแล้วมันก็จะกลายเป็นความภาคภูมิใจเล็ก ๆ ที่สุดท้ายหนังที่เข้าใจโคตรยากอย่างนี้เราก็ยังเข้าใจได้ เอาล่ะ…วันนี้เรามีรายชื่อหนังที่เราคัดมาแล้ว 5 อันดับว่าคนที่ดูรอบแรกจะต้องงงงวยอย่างแน่นอน ไปดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

Inception
หนังแนวแอ็คชั่น – ไซไฟของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่หลายคนยกให้เป็นท่านพ่อ เรื่องราวที่พาเราไปรู้จักกับอาชญากรรมแบบใหม่ ในโลกแห่งความฝัน ที่ความลับในจิตใต้สำนึกคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุด ความซับซ้อนและทำให้หลายคนมึนงงจนดูรอบเดียวไม่พอของหนังเรื่องนี้มันอยู่ในความฝันนั่นล่ะ ไม่ใช่แค่ฝันชั้นเดียว แต่เป็นการฝันซ้อนฝัน แล้วก็ซ้อนฝันอีกทีหนึ่ง จนบางครั้งเราก็แทบจะเดาไม่ได้เลยว่าตอนนี้ที่เรื่องดำเนินอยู่เป็นความฝันหรือความจริงกันแน่ แต่ด้วยการดำเนินเรื่องที่มีชั้นเชิงและน่าสนใจของ Inception ทำให้เราอย่างหยิบมาดูอีกรอบ มากกว่าจะปาทิ้งเพราะความไม่เข้าใจ

2001: Space Odyssey
หนึ่งในภาพยนตร์ไซไฟในตำนาน ที่บางคนก็ยกให้เป็นหนังไซไฟที่ดีที่สุด ในขณะที่บางคนก็มองว่านี่มันหนังอะไรกันเนี่ย? โคตรงงเลย! จุดหลักของเรื่องนี้อยู่ที่ “แท่งหินสีดำ” วัตถุประหลาดที่เป็นเหมือนตัวจุดประกายความคิด เปลี่ยนแปลงสัญชาตญาณมนุษย์ใหม่ตั้งแต่ในอดีตยุคดึกดำบรรพ์ ไปจนถึงยุคอนาคตที่การท่องอวกาศกลายเป็นเรื่องไม่ยากเย็น โดยภาพยนตร์ได้ซ่อนเอาสัญญะต่าง ๆ ให้ผู้ชมได้ขบคิดเอาไว้มากมาย แถมด้วยเทคนิคการสร้างที่ล้ำสมัยในยุคนั้น (ค.ศ. 1968) ทำให้นี่กลายเป็นภาพยนตร์ชวนให้ทำความเข้าใจมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

Interstellar
อีกภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่คราวนี้หันมาจับเรื่องราวนอกโลก การเดินทางข้ามอวกาศ เรื่องของหลุมดำ และรูหนอน ความแตกต่างของกาลเวลา ความหมายของครอบครัว การค้นหาวิถีทางเพื่อกู้วิกฤติโลก ด้วยการดำเนินเรื่องที่สามารถตรึงคนดูให้สนใจและดูได้ตลอดเรื่อง แถมด้วยฉากดราม่าก็สามารถเรียกน้ำตาได้ไม่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ติดโผไม่ใช่การดึงปรัชญาสารพัดมาใส่ในเรื่องเหมือนหนังเรื่องอื่น แต่เป็นการใช้ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ อาทิ ทฤษฎีสัมพันธภาพที่คิดค้นโดย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่ลำพังเรียนในห้องเรียนก็ไม่เข้าใจอยู่แล้ว พอจับมาอยู่ในหนังแล้วมันก็เหมือนว่าขาดอีกติ่งหนึ่งเราก็จะเข้าใจ แต่สุดท้ายดูจบแล้วก็ต้องมานั่งถกกันอยู่ดี

ลุงบุญมีระลึกชาติ
ลุงบุญมีระลึกชาติ ชื่อนี้คอหนังไทยคงเคยผ่านสายตากันมาบ้างแล้ว ด้วยการนำเสนอที่ไม่เหมือนหนังไทยทั่ว ๆ ไป แต่กลับไปถูกจริตเวทีรางวัลต่างประเทศ จนได้รับรางวัลกลับมามากมาย สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามสอดแทรกเอาไว้ในการนำเสนอผ่านสัญญะ การแสดง และฉากที่หลายคนดูแล้วก็พากันงุนงงว่ามันโผล่มาจากไหน โผล่มาได้ยังไง ที่โจษจันกันมากที่สุดเลยก็คือฉากปลาดุก แต่เมื่อวิเคราะห์หนังเรื่องนี้ให้ดีแล้วนี่เป็นภาพยนตร์ที่พยายามวิพากษ์สังคมไทยในเชิงลึกได้อย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องความเชื่อ การเมือง หรือกระทั่งชนชั้นในสังคมและความเท่าเทียม

Mother!
แค่ชื่อเรื่องมาก็ทำให้เราสงสัยแล้วว่าทำไมต้อง Mother! (มารดา!) แถมด้วยตัวอย่างภาพยนตร์ที่แทบไม่ทำให้เราเข้าใจเลยว่าหนังเรื่องนี้จะมาในแนวไหน จะเป็นแนวสยองขวัญ แนวลึกลับ หรือแนวดราม่าครอบครัวกันแน่? แถมด้วยการแสดงของสองมือฉมังแห่งฮอลลีวูด ทั้งเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และฮาเวียร์ บาร์เด็ม เท่านี้ก็เพียงพอแล้วให้เราอยากเข้าไปชม เป็นภาพยนตร์ที่บ้าพลังมาก แต่ในความบ้าพลังนั้นก็ได้นำเสนอสัญญะ และความหมายที่น่าสนใจเอาไว้

แหล่งที่มา majorcineplex

วีรสตรี

วีรสตรี เป็นฮีโร่สาวในตัวอย่างแรก อีเรียมซิ่ง

วีรสตรี ต่างประเทศเขาก็มีหญิงแกร่งฮีโร่สาวกันให้พรึบ ประเทศไทยจะน้อยหน้าได้อย่างไร ล่าสุด M Pictures ร่วมกับช่อง 3 และ Workpoint ส่ง เบลล่า ราณี รับบทฮีโร่สาวแห่งบางน้ำกร่อย

จากแม่การะเกดในละครบุพเพสันนิวาส ล่าสุด เบลล่า ราณี กำลังจะมีผลงานย้อนยุคเรื่องใหม่ให้แฟน ๆ

ได้ติดตามอีกครั้งกับ อีเรียมซิ่ง ที่คราวนี้สาวเบลล่าพร้อมจัดเต็มความฮากับบทบาท อีเรียม

วีรสตรีแห่งบางน้ำกร่อย ซึ่งทีเซอร์แรกของหนังได้ถูกปล่อยออกมาให้ชมกันแล้ว จากตัวอย่างเราจะเห็นว่า เบลล่า จัดเต็มความฮา ทั้งความทะเล้นที่มาพร้อมกับมุกตลกแพรวพราว จัดเต็มขนาดนี้ก็ไม่แปลกใจเพราะหนังเป็นผลงานการกำกับของ พฤกษ์ เอมะรุจิ เจ้าของความฮาใน ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก ทั้ง 2 ภาค พร้อมด้วยผู้อำนวยการสร้างอย่าง ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ กับผลงานเรื่อง แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า

หนัง อีเรียมซิ่ง ยังร่วมด้วยนักแสดงอีกมากมายที่จะมาสร้างสีสัน อาทิ ค่อม ชวนชื่น, โรเบิร์ต สายควัน, บอล เชิญยิ้ม, โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน และ แพท ณปภา ตันตระกูล มีกำหนดเข้าฉาย 2 กรกฎาคม 2563

แหล่งที่มา movie.kapook

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ คู่ซ่าล่ามนต์มหัศจรรย์

เรื่องย่อ เตรียมตัวออกเดินทางไปกับโลกแฟนเวทมนตร์จากผลงานแอนิเมชั่นล่าสุดของ Pixar

เรื่องราวของสองพี่น้องที่ได้รับของขวัญจากพ่อผู้หายสาบสูญ เขาได้รับคฑาวิเศษที่เสกให้ร่างของพ่อกลับมาแค่ครึ่งเดียว พวกเขามีเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมงในการตามหาเวทมนตร์วิเศษเพื่อนำร่างพ่อกลับมา ผ่านการผญภัยที่เต็มไปด้วย ความแฟนตาซี ทั้งยูนิคอร์น สัตว์วิเศษ พ่อมดแม่มด Onward ให้เสียงพากย์โดย ทอม ฮอลแลนด์ และคริส แพรตต์

มื่อเอลฟ์วัยรุ่น 2 พี่น้อง เอียน และบาร์ลีย์ ไลท์ฟุต (ให้เสียงโดย ทอม ฮอลแลนด์ และคริส แพรตต์) มีโอกาสที่ไม่คาดคิดที่จะได้ใช้เวลากับพ่อผู้จากไปอีก 1 วัน พวกเขาได้ออกไปฏิบัติภารกิจสุดมหัศจรรย์ด้วยกวินนีเวียร์ รถตู้สุดเจ๋งของบาร์ลีย์ เช่นเดียวกับสุดยอกการผจญภัยอื่น ๆ การเดินทางของพวกเขาเต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถา แผนที่ปริศนา อุปสรรคต่าง ๆ นานา และการค้นพบที่เกินจินตนาการ แต่เมื่อลอว์เรล (ให้เสียงโดยจูเลีย หลุยส์-ดรายฟัส) แม่ผู้ไม่เคยกลัวใครของพวกเขารู้ว่าลูกของเธอหายตัวไป เธอเลยร่วมมือกับ ครึ่งสิงโต ครึ่งค้างคาว ครึ่งแมงป่อง และอดีตนักรบ ในนาม แมนติคอร์ (ให้เสียงโดยอ็อคเทเวีย สเปนเซอร์) และออกตามหาพวกเขา ถ้าไม่นับคำสาปสุดอันตราย หนึ่งวันสุดมหัศจรรย์นี้อาจมีความหมายมากกว่าวันไหนๆที่พวกเขาเคยฝันถึงเลยก็ได้

แหล่งที่มา movie.kapook

ตัวอย่างหนัง

ตัวอย่างหนัง มนต์รักดอกผักบุ้ง

ตัวอย่างหนัง เลิกคุยทั้งอำเภอ กับผลงานการแสดงครั้งแรกบนจอภาพยนตร์ของสองพี่น้องดาวรุ่ง 300 ล้านวิว เจนนี่ และ ลิลลี่

กับบทบาทที่คุณจะต้องหลงรักและฮากระจาย แถมยังเป็นการโคจรมาเจอกับ ครูเต้ย อภิวัฒน์ ศิลปินอีสานอินดี้สุดฮอต

ที่จะมาทำให้หัวใจสั่น ! หัวเราะลั่นกันทั้งประเทศ ในหนังฮาระดับร้อยล้าน ผลงานการกำกับครั้งใหม่ของ เอกชัย ศรีวิชัย

มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ บอกเล่าเรื่องราวของ ครูบุญรอบ เอกชัย ศรีวิชัย เป็นเจ้าของรำวงเวียนครกชื่อดัง มีลูกสาวสองคน คือ ดอกผักบุ้ง (เจนนี่) สาวสวยที่หนุ่มต่างรุมจีบ และ ตอเบา (ลิลลี่) ดอกผักบุ้ง และตอเบา กำพร้าแม่ ตั้งแต่เด็ก ครูบุญรอบเลี้ยงลูกทั้งสองด้วยการรับจ้างรำวงเวียนครกหวังจะให้ลูกสืบทอดต่อไป แต่เด็ก ๆ ทั้งสองต่างชอบแนวเพลงอินดี้ และฝันที่จะมีเพลงเป็นของตัวเอง หวังที่จะมีชื่อเสียงการเดินตาม

ความฝันของ ดอกผักบุ้ง ทำให้ต้องผิดใจกับพ่อ

มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ ครั้งแรกกับการรวมตัวกันของสุดยอดนักร้องเพลงใต้กับสุดยอดนักร้องเพลงอีสาน พร้อมประชันความสนุกสุดฮาบนจอภาพยนตร์ นำทีมโดย เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น, ลิลลี่ เลิกคุยทั้งอำเภอ, ไพศาล ขุนหนู, แอมป์ วง ซีทรู, บอล วงกลม, นิล วงแทมมะริน, อ๊อฟ ดอกฟ้า อาร์สยาม, พง พัทลุง และขาดไม่ได้คือ เอกชัย ศรีวิชัย ปะทะสุดยอดนักร้องฝั่งอีสานหลายล้านวิวอย่าง ครูเต้ย อภิวัฒน์, ราชินีสีม่วง น้อง ดาวเรือง แสดงสดรถแห่

และเตรียมแจ้งเกิดพระเอกนักบู๊คนใหม่ พลตรี แสงมณี เสริมทัพด้วยนักแสดงที่แค่เห็นหน้าก็ฮาแล้วอย่าง หม่ำ จ๊กมก , บิณฑ์ เอกพัน บันลือฤทธิ์, ฮาย อาภาพร นครสวรรค์, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, หลวงไก่, แอนนา ชวนชื่น, เมญ่า ซันซัน นางงามพยายามสวย ฯลฯ และนักแสดงสมทบอีกคับคั่ง เรื่องราวความสนุกจะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามกัน 26 มีนาคม 2020 ทุกโรงภาพยนตร์

แหล่งที่มา kapook

ซีรีส์อันโด่ง ในโลกหลังความตายที่ปราศจากความตาย

ซีรีส์อันโด่ง จากฝั่งอังกฤษที่มาพร้อมเรื่องราวในการเปิดเผย ด้านมืดของเทคโนโลยี และพาขุดค้นลึกลงไปในจิตใจมนุษย์ จะเป็นอย่างไรหากเทคโนโลยีก้าวหน้าไปในแบบที่เราอาจไม่ทันได้คาดคิดถึงภัยที่จะตามมา โลกทั้งใบขับเคลื่อนไปด้วยสิ่งใหม่และก้าวหน้าไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง แต่ในทางกลับกันจิตใจของคนเรากลับเสื่อมถอยและถูกครอบงำด้วยนวัตกรรม

San Junipero เป็นผลงานลำดับที่ 4 ของซีซั่น 3 มีตัวเอกเป็นหญิงสาวสองคน หนึ่งในนั้นคือสาวแว่นยอร์กี้ ซึ่งรับบทโดยแม็คเคนซี เดวิส นักแสดงสาวจาก The Martian และหากใครได้ดู Blade Runner 2049 ก็คงจะจดจำใบหน้าเรียบง่ายแต่เปี่ยมมนเสน่ห์ของเธอได้

San Junipero เป็นโลกเสมือนที่ถูกสร้างโดยเทคโนโลยี เราสามารถอัปโหลดความทรงจำทุกอย่างของผู้ใช้งานลงไปในนั้นได้ ทุกคนจะมีตัวตนอีกตัวตนหนึ่งในโลกใบนั้น ฉากหลังจะมีหลายๆ สถานที่ให้เราเลือกใช้ชีวิต

เมืองซานจูนิเพโร่ เป็นเมืองชายทะเลที่เต็มไปด้วยความรักสนุก ชายหญิงมากมายอาศัยอยู่ที่นี่ รวมถึง ยอร์กี้ สาวแว่นท่าทางเนิร์ดๆ และไม่ประสีประสากับใคร เธอได้พบกับเคลลี่ สาวผิวสีที่ดูเจนโลกมากกว่าเธอหลายเท่าตัว

ความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นไปอย่างฉันมิตรในทีแรก แต่เมื่อวันผ่านไปความรู้สึกดีๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้ง ซึ่งเราต้องไม่ลืมว่าสถานที่นี้คือโลกเสมือนเท่านั้น แต่ในอีกแง่หนึ่ง มันก็คือโลกหลังความตายนั่นเอง เพราะถ้าในโลกแห่งความเป็นจริงชีวิตคุณกำลังจะสิ้นสุดลง คุณก็สามารถเลือกได้ว่าจะอัปโหลดตัวเองไว้ในโลกเสมือนนี้อย่างถาวรหรือไม่

แหล่งที่มา today.line.me

กำหนดฉาย

กำหนดฉาย Kawasaki H2 ในเรื่อง Top Gun 2

กำหนดฉาย Top Gun เหนือฟ้ายังมีฟ้า ซึ่งเข้าฉายในวันที่ 16 เดือนพฤษภาคม ปี 1986 เป็นหนังแจ้งเกิดของพระเอกที่ไม่รู้จักแก่อย่าง “ทอม ครูซ” รับบทเป็น มาเวอริค นักบินสุดหล่อประจำกองทัพ และก็ต่อไปก็เปลี่ยนเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ที่ดังถล่มทลายเกินคาดตั้งแต่รายได้ ไปจนถึงแว่นกันแดดเรย์แบน แล้วก็กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมป๊อปในยุค 80

บทหนัง Top Gun เขียนขึ้นจากบทความชื่อ Top Gun โดยอีฮัด โยเนย์ ที่ตีพิมพ์ในแมกกาซีน California เมื่อปี 1983 เกี่ยวกับชีวิตของนักบินขับไล่ของกองทัพอากาศ Naval Air Station Miramar ในซานดิเอโก

สำหรับมอเตอร์ไซค์ที่เรามองเห็นในหนังเรื่อง Top Gun ภาคแรกก็คือ Kawasaki GPZ 900R เครื่องยนต์ขนาด 908 ซีซี 4 สูบ 4 จังหวะ ทวินแคม ความแรง 115 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที เกียร์ 6 สปีด

ส่วนเรื่อง Top Gun 2 รถประจำตัวของ ผู้หมวดมาเวอริค ยังคงเป็นรถจากค่ายยักษ์เขียวคาวาซากิ แล้วก็จะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจากตัวท๊อปอย่าง H2 เครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี 4 สูบเรียง 4 จังหวะ มาพร้อมระบบ Supercharge พร้อมทั้งรูปลักษณ์ที่ดุเดือด ช่างเหมาะสมกับนักบินมาดเท่ห์เสียจริงๆ

เบื้องหน้าเบื้องหลังของหนังเรื่องนี้เนื่องจากผู้กำกับอย่าง “โทนี่ สก็อต” ที่ถูกวางตัวให้เป็นมือหนึ่งเสียชีวิตไปเสียก่อน ก็เลยทำให้เป็นโรคไส้เลื่อนตอนแรกบอกว่ามาแน่ปี 2019 แต่ก็จะต้องเลื่อนไปเป็นเดือนมิถุนายน ปี 2020 หากนับจากภาคแรกแล้วนั้นเป็นเวลากว่า 30 ปี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอายุของพระเอกหน้าเด็กตลอดกาล “ทอมครูซ” นั้นขึ้นเลข 5 ไปแล้วเรียบร้อย

ถ้าหากใครสนใจ Kawasaki H2 ลองมาดูรีวิวตัวนี้กัน

แหล่งที่มา motowish

Extraction

“Extraction” ตัวอย่างแรกบน Netflix 24 เม.ย.นี้

 

Extraction หลังจากเผยภาพโปสเตอร์ออกมาเมื่อไม่นานมานี้ Netflix

ก็ต่อยอดปล่อยตัวอย่างของ Extra-ction (คนระห่ำภารกิจเดือด) ภาพยนตร์แนวแอคชั่น-ผจญภัย ที่ได้นักแสดงนำอย่าง คริส เฮมสเวิร์ธ มาสวมบทบาททหารรับจ้าง โชว์ลีล่าการบู๊ระห่ำ

Extra-ction บอกเล่าเรื่องราวของ ไทเลอร์ เรค (นำแสดงโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ) ทหารรับจ้างที่ไม่เกรงกลัวใคร เขาต้องใช้ฝีมือช่วยลูกชายของมาเฟียใหญ่ ในแวดวงอาชญากรรมข้ามชาติที่ถูกลักพาตัวไประหว่างที่พ่อติดคุก แต่ในโลกมืดของนักค้าอาวุธเถื่อนและพวกลักลอบค้ายาเสพติดนี้ ภารกิจที่หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ยิ่งดูเหมือนจะไม่มีทางสำเร็จได้เลย และจะเปลี่ยนชีวิตของทั้ง ไทเลอร์ และเด็กชายคนนั้นไปตลอดกาล

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานกำกับแรกของ แซม ฮาร์เกรฟ (Sam Hargrave) ภายใต้ความร่วมมือของบริษัท AGBO Films และ TGIM Films, Inc. อำนวยการสร้างโดยสองพี่น้องแอนโทนี่ และ โจ รุสโซ่ (ผู้กำกับเรื่อง Avengers: Endgame) ร่วมกับไมค์ ลาร็อคก้า (Mike Larocca), คริส เฮมส์เวิร์ธ, อีริค กิตเตอร์ (Eric Gitter) และปีเตอร์ ชเวริน (Peter Schwerin)

นอกจากคริส เฮมส์เวิร์ธแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้นักแสดงมากความสามารถอย่าง เดวิด ฮาร์เบอร์ (David Harbour) จาก Stranger Things และ Hellboy, โกลชิฟเตห์ ฟาราฮานี (Golshifteh Farahani) จาก Peterson และ Body of Lies, แรนดีพ ฮูดา (Randeep Hooda) พร้อมนักแสดงใหม่ รุดดรัช แจสวัล (Rudhraksh Jaiswal) ซึ่งเหล่านักแสดงได้เดินทางมาถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในประเทศอินเดีย และประเทศไทยเมื่อปีที่แล้วอีกด้วย!

แหล่งที่มา sanook

เคยเกือบได้เป็น

เคยเกือบได้เป็น แบตแมน Christian Bale

เคยเกือบได้เป็น เป็นอีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพที่อยู่ในวงการฮอลลีวูดมานานตั้งแต่ยังเป็นเด็ก (เล่นบทนำในหนัง Empire of the Sun (1987) ของ Steven Spielberg มาตั้งแต่อายุ 13 ปี)

และด้วยความที่เป็นนักแสดงอังกฤษด้วยแล้ว เขาย่อมเคยตกเป็นหนึ่งในแคนดิเดทตัวเลือกมารับบทเป็น James Bond พยัคฆ์ร้าย 007 ครั้งหนึ่งด้วยก่อนที่เขาจะบอกผ่านปฏิเสธบทนั้นไป

ซึ่งสุดท้ายการบอกผ่านนั้นก็ทำให้บทไปลงเอยที่ Daniel Craig ที่มาเล่นบทเป็น Bond คนปัจจุบันตั้งแต่ภาค Casino Royale (2006) ยาวนานมาจนถึง No Time To Die ที่จะเข้าฉายปลายปีนี้ช่วงเดือนพฤศจิกายน หลังจากเลื่อนจากกำหนดเดิมเดือนเมษายนไป

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1999 ขณะที่ Bale โด่งดังจากการรับบทเป็นฆาตกรต่อเนื่อง “เจสัน เบตแมน” ใน American Psycho (2000) ก่อนหน้านั้นเขามีชื่อเสียงว่าเป็นพระเอกหนุ่มหล่อจาก Little Woman (1994) เวอร์ชันประกบกับนางเอกหน้าหวานแห่งยุค Winona Ryder ในหนังสือชื่อ Christian Bale: The Inside Story of the Darkest Batman ได้เปิดเผยไว้ว่า การแสดงเป็นเบตแมนนั้นได้ไปถูกตาต้องใจผู้อำนวยการสร้างหนึ่งเดียวที่ถือสิทธิการสร้างหนัง James Bond มายาวนานอย่าง Barbara Brocoli ในตอนนั้น Pierce Brosnan ยังรับบทเป็นพยัคฆ์ร้ายอยู่ ซึ่งถ่ายทำกันถึงตอนที่ 3 ของ Brosnan นั่นคือ The World is Not Enough (1999) แต่ Brocoli ก็ได้เริ่มขั้นตอนในการ Bond คนใหม่สำหรับรับไม้ต่อแล้วในเวลานั้น

Bale เป็นนักแสดงอันดับต้นๆที่เธอต้องการ แต่เธอก็ได้เล่าว่า ความต้องการของเธอครั้งนี้ยังต้องเจรจราถามไถ่กับ Bale ก่อน ต่อมาภายหลังเขาก็ได้บอกปฏิเสธเธอด้วยเหตุผลว่า ไม่อยากยึดติดกับแฟรนไชส์ที่ “โคตรอังกฤษ” เรื่องนี้ และบทนี้ยังเป็นอะไรที่ “อังกฤษมากไป” จนเขาคิดว่าไม่เหมาะกับตัวเอง (แถมเขายังถามเธอกลับอีกว่า นี่เขาเพิ่งเล่นบทฆาตกรต่อเนื่องมานะ ทำไมถึงอยากให้ผมเป็น James Bond?)

ท้ายที่สุดแล้วหลังภาค Die Another Day (2002) Brosnan ก็ถูกปลดระวางจากการเป็นพยัคฆ์ร้าย ซึ่งในเวลานั้นเองเขาก็ยังไม่เต็มใจจะโบกมือลา เพราะคิดว่ายังสามารถเล่นได้อีกสักตอนสองตอน แต่ Daniel Craig ที่บทของเขาในภาพยนตร์เรื่อง Layer Cake (2004) ไปเข้าตา Brocoli จนได้รับเลือกให้มาเล่นบทสำคัญ ก็เปิดฉากภาคต่อกึ่งรีบูตกลับไปเริ่มต้นภารกิจแรกของ Bond คนใหม่ใน Casino Royale (ไม่นานมานี้ Craig ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า บทที่เขาอยากเล่นมาตั้งแต่เด็กไม่ใช่ 007 แต่เป็น Superman ต่างหาก!)

ส่วน Bale นั้นก็กระโจนเข้าสู่หนังสายขายการแสดงทั้ง Equilibrium (2002) ต้องลดน้ำหนักจนกระทั่งผอมเหลือแต่กระดูกใน The Machinist (2004) และได้มาร่วมงานกับผู้กำกับ Christopher Nolan ในไตรภาค Batman The Dark Knight (2005-2012) และ The Prestige (2006) ซึ่งถ้าหากเขาไปเล่นบท Bond ในขณะนั้น ก็จะก่อให้พลาดบท Batman ที่เหมาะสมที่สุดที่เคยมีมานี้ของโลกนี้ไป อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้เขาก็ได้กลายเป็นนักแสดงแถวหน้าที่ได้รับบทท้าทาย และได้ไปเยือนทั้งเข้าชิงและก็คว้าออสการ์ยาวนานหลายปีติดกัน นั่นก็อาจจะเป็นสิ่งที่ Bale เลือกได้อย่างพอใจตัวเองแล้ว

แหล่งที่มา sanook

Chris Evans

Chris Evans เตรียมขึ้นโรงขึ้นศาลในซีรีส์ดราม่า Defending Jacob

Chris Evans เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่มีจุดยืนด้านการเมืองเด่นชัด หลังออกโจมตีประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา Donald Trump ถึงวิธีการบริหารสถานการณ์ Covid-19 ในสหรัฐอเมริกา ที่ยังไม่ถูกใจพ่อกัปตันอเมริกาอย่าง

ซึ่งก็อาจทำให้ตอนที่เราดู Captain America: Civil War (2016) อินกับการยืนหยัดในความเชื่อทางการเมืองของตัวละครตัวนี้ที่ต้องงัดกับไอรอนแมน ก็ไม่แน่ว่าผู้กำกับอาจดึงลักษณะนิัสยอขง Evans ที่ก็มีนิสัยแบบนั้นจริงๆมาใส่ด้วย แต่ในมินิซีรีส์เรื่องใหม่ เขาอาจต้องละทิ้งการยึดถือหลักการตามกฎหมายไปเพื่อสิ่งอื่นที่สำคัญกว่า

ในมินิซีรีส์เรื่องใหม่ Evans ต้องมารับบทเป็นพ่อที่ต้องปกป้องลูกชายในมินิซีรีส์ Defending Jacob ซีรีส์ขนาดสั้นความยาว 8 ตอนจบ ทางสตรีมมิง Apple TV Plus โดย Evans รับบทเป็นอัยการเขตที่พบว่า ลูกชายของตัวเองอาจกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม ถึงแม้เขาจะเชื่อว่าลูกชายของตัวเองบริสุทธิ์ และเพื่อทำหน้าที่พ่อ เขาจึงเลือกทิ้งหลักการและใช้ความรู้ทางกฎหมายในการทำลายหลักฐาน และออกล่าผู้ที่อาจเป็นผู้ต้องสงสัยอีกคนเพื่อล้างมลทินให้ลูกชาย

ผู้มารับบทเป็นลูกชายคือ Jaeden Martell จากหนังชุด IT (2017) และก็ Knives Out (2019) ที่ Evans ก็รวมแสดงมาด้วยกัน และก็ยังมี Michelle Dockery จาก Downton Abbey (2019) แล้วก็ The Gentlemen (2020) รับบทเป็นภรรยาที่ต้องการรู้ความจริง กำกับโดย Morten Tyldum ผู้กำกับที่เข้าชิงรางวัลออสการ์จากหนัง The Imitation Game (2014) รับหน้าที่กำกับ แล้วก็ Mark Bomback ผู้อำนนวยการสร้าง War of the Planet of the Apes (2017) รับหน้าที่เขียนบทและก็ควบคุมงานสร้าง ซึ่งดัดแปลงจากนิยายในชื่อเดียวกันของ William Landay มีกำหนดสตรีมมิง 24 เดือนเมษายนนี้

แหล่งที่มา sanook

“The English Game”

“The English Game” ฟุตบอลเป็นการประสานประโยชน์ทางชนชั้น

“The English Game” ชวนดูต้นกำเนิดของเกมฟุตบอล นช่วงเก็บเนื้อตัวเก็บตัวอยู่อย่างบ้านอย่างนี้ผมเชื่อว่าแฟนฟุตบอลคงรู้สึกเหงาๆกันใช่ไหมครับ ไม่มีแมตช์ลงเตะให้ลุ้นกันเหมือนเคย วันนี้เลยเอาซีรีส์ใหม่เรื่อง “The English Game” ที่ออกอากาศทาง Netflix มาฝากครับ น่าจะพอทำให้คอบอลคลายคิดถึงเกมลูกหนังหรือแม้แต่คนที่ชอบดูซีรีส์หายเหงาได้

“The English Game” เป็นซีรีส์ที่เพิ่งปล่อยให้ชมออนไลน์เมื่อกลางเดือนมีนาที่ผ่านมามีความยาว 6 ตอนจบ  สำหรับซีซั่นแรก ครับ สร้างสรรค์โดย จูเลียน เฟลโลวส์ คนที่ทำซีรีส์ “Downton Abbey” ในอดีตนั่นแหละครับ

หากย้อนไปไกลหน่อยก็ต้องบอกว่า เฟลโลวส์ แกเป็นคนเขียนบทสายคอนเซอร์เวทีฟมือฉมังคนหนึ่งเหมือนกัน เคยคว้ารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีอะคาเดมี อะวอร์ดส์ (ออสการ์นั่นแหละครับ) จากเรื่อง “Gosford Park” ของผู้กำกับ โรเบิร์ต อัลท์แมน ในปี 2002 มาแล้ว

เป็นซีรีส์แนวดรามาพีเรียดที่เอ่ยถึงต้นกำเนิดของเกมฟุตบอลสมัยใหม่นั่นเองครับ เรื่องเริ่มเล่าตั้งแต่ปี คริสต์ศักราช 1879 หรือ 141 ปีที่แล้วที่ยังไม่มีเกมฟุตบอลในรูปแบบที่เราคุ้นเคย ไม่มีทั้งระบบลีก ไม่มีทั้งการซื้อขายนักเตะ ฟุตบอลในตอนนั้นเป็นเพียงแค่เกมกีฬาของกลุ่มชายหนุ่มชนชั้นสูงในอังกฤษ เป็นพวกมีฐานะดี มีการศึกษา มีชาติตระกูล มารวมตัวกันร่างข้อตกลงอย่างเอาจริงเอาจังให้กับการละเล่นที่เรียกว่า “บอล” (ซึ่งเตะกันมาได้สักพักหนึ่ง) แล้วก็ตั้งเป็นสมาคมที่เรียกว่า “The Football Association” หรือ FA. พูดง่ายๆก็คือ รวมตัวกันเป็นสมาคม เขียนกติกากันเอง เล่นกันเอง คว้าแชมป์กันเอง อะไรทำนองนั้นแหละครับ

ทีนี้พอฟุตบอลรายการที่จัดกันเองอย่าง “FA. Cup” นั้นแพร่หลายออกไป คนส่วนใหญ่เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น กีฬาฟุตบอลเริ่มไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มชนชั้นสูงหรือที่เรียกกันว่าเป็นกีฬาของ “สุภาพบุรุษ” อีกต่อไป คนรากหญ้า ชนชั้นแรงงานหรือ “Working Class” เริ่มรับกีฬานี้เข้ามาในชีวิตประจำวัน กีฬาฟุตบอลเริ่มขยายตัวออกไปทั้งทางมิติสังคม และมิติทางพื้นที่ที่เมืองทางเหนือของอังกฤษซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมไล่ไปถึงสกอตแลนด์ซึ่งอยู่ใต้อาณัติของอังกฤษเริ่มเตะฟุตบอลกันเพิ่มมากขึ้น นั่นทำให้หลายทีมหลายชุมชนเริ่มลงทุนกับเกมฟุตบอลเพิ่มมากขึ้น ดาร์วิน เอฟซี ซึ่งเป็นทีมของเมืองอุตสาหกรรมทอผ้าทางเหนือก็เลยไปจัดการคว้าตัว เฟอร์กัส ซูเธอร์ (เควิน กัทธรี่) และ จิมมี่ เลิฟ (เจมส์ ฮาร์คเนสส์) มาจากสโมสร พาทริค ในสก็อตแลนด์อย่างลับๆเพราะว่าในขณะนั้น FA. ห้ามไม่ให้มีการซื้อขายนักเตะหรือมีนักเตะอาชีพมาเสริมทัพ นั่นเป็นการกระทำที่ “ท้าทาย” FA. จน FA. เองก็เริ่มกังวลว่าตนเองกำลังจะสูญเสีย “เกมอันสูงส่ง” อย่างฟุตบอลของพวกเขาไปให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ลูกนายธนาคารอย่าง อาร์เธอร์ คินเนด (เอ็ดเวิร์ด ฮอลครอฟต์) กัปตันทีม โอลด์ อิตาเนียนส์ (นั้นก็คือทีมของตัว FA. เองนั่นแหละ) กลับไม่คิดอย่างนั้น ความคิดของเขาค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กน้อย ผ่านเหตุการณ์สำคัญในชีวิตส่วนตัวและผ่านการได้ฟาดแข้งกับ เฟอร์กัส ซูเธอร์ สองครั้งสองครา ทั้งในเกมที่ โอลด์ อีตาเนียนส์ ปะทะกับ ดาร์วิน เอฟซี และ แบล็คเบิร์น โอลิมปิก (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในปัจจุบัน) ในนัดชิงเอฟเอคัพ ปี 1883 ซึ่ง แบล็คเบิร์น ชนะไป และสร้างปรากฏการณ์เป็นทีมจากชนชั้นแรงงานทีมแรกที่คว้าถ้วยที่ดั้งเดิมที่สุดในโลกอย่าง เอฟเอ คัพ การต่อสู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผ่าน และการยอมรับว่าเกมฟุตบอลได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว มันไม่ใช่ “เกมของเรา” ของ คินเนด ถือว่าเป็นก้าวสำคัญมากครับ เพราะว่ามันจะเปลี่ยนรูปแบบเปลี่ยนแปลงโมเดลฟุตบอลไปตลอดกาล และว่ากันว่า เฟอร์กัส ซูเธอร์ นี่แหละคือนักเตะอาชีพคนแรกของโลก ที่มีส่วนสำคัญทำให้วงการฟุตบอลกระเพื่อมไหวไปทั่วโลก

จบฤดูกาลแรกด้วยการแง้มให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างที่น่าจะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต ซึ่งผมก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะมีฤดูกาลสองหรือไม่ เพราะจะว่าไปมันก็จบเรื่องราวในตัวของมันเองอยู่ ตัวซีรีส์เองก็ไม่ได้หวือหวามากนักครับ ค่อนข้างเรียบๆเรื่อยๆมาเรียงๆอยู่พอสมควร แต่ก็ค่อยปั้นๆค่อยบิลต์อารมณ์ผู้ชมให้พีคไปกับเกมเอฟเอคัพนัดชิง ซึ่งเป็นไฮไลต์ของซีรีส์ได้อย่างยอดเยี่ยม ดูแล้วก็เอาใจช่วย ซูเธอร์ เชียร์ แบล็คเบิร์นฯ ขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ชื่นชมในความเป็นสุภาพบุรุษที่แท้จริงของ คินเนด ไปด้วย

แนะนำให้ดูกันครับ เพื่อทำความเข้าใจว่าโลกฟุตบอลมันจะพัฒนามาไม่ถึงจุดที่เป็นอย่างทุกวันนี้ หากวันนั้นคนอย่าง อาร์เธอร์ คินเนด และ เฟอร์กัส ซูเธอร์ ไม่ได้ต่อสู้ในสิ่งที่พวกเขาเชื่อมั่น นั่นคือเกมที่ยุติธรรมสำหรับทุกคน ทุกชนชั้น

แหล่งที่มา sanook